เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกันอัคคีภัย

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกันอัคคีภัย การทำประกันอัคคีภัยถือได้ว่าเป็นการประกันภัยที่คุ้มครองความเสียหาย ที่เกิดจากไฟไหม้ หรือภัยเพิ่มอื่นๆ ต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัย และเพื่อให้เกิดความคุ้มครองต่อเจ้าของทรัพย์สิน ซึ่งมีการจัดทำประกันอัคคีภัย และยังสามารถได้รับประโยชน์ในการทำประกันภัยที่เหมาะกับสภาพความเสี่ยง จึงจำเป็นต้องศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายรวมถึงเงื่อนไขและ ความคุ้มครองตลอดจนข้อยกเว้นต่างๆ ของกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยอีกด้วย การทำประกันอัคคีภัย จะได้รับค่าเสียหายเมื่อเกิดไฟไหม้ การทำประกันอัคคีภัย ที่จะได้รับค่าเสียหายนั้น ผู้เอาประกันภัยจะต้องแจ้งให้บริษัททราบเมื่อเกิดความเสียหายโดยด่วน และต้องส่งมอบหนังสือแจ้งรายละเอียดทรัพย์สินที่สูญเสียหรือเสียหาย ที่มีมูลค่าความเสียหายของทรัพย์สินนั้น ๆ โดยละเอียด และยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงความเสี่ยงต่างๆ ซึ่งหากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่ทำให้ความสำคัญของการประกันภัยถูกทำลายหรือเสียหาย นอกจากที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ ลูกค้าที่ทำประกันอัคคีภัยจะต้องแจ้งให้บริษัททราบล่วงหน้าด้วยเพื่อประโยชน์ในความคุ้มครองที่จะโอนตามไปด้วย ขยายความคุ้มครองของการทำประกันอัคคีภัย ผู้เอาประกันอัคคีภัยสามารถขยายความคุ้มครอง ไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงภัยต่าง ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในความคุ้มครองพื้นฐานได้อย่างภัยธรรมชาติและภัยอื่น ๆ ซึ่งผู้ทำประกันอัคคีภัยจะต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติม ส่วนทรัพย์สินที่มีการเอาประกันภัยจากประเภทอื่นไว้แล้ว ผู้เอาประกันภัยจะสามารถเรียกร้องความเสียหาย จากการทำประกันอัคคีภัยได้ในจำนวนเงินที่เกินกว่าจะเรียกร้องได้ จากกรมธรรม์ประกันภัยที่ได้ทำไว้อยู่ก่อนหน้า การขอทำประกันอัคคีภัย ผู้ที่จะทำประกันอัคคีภัย จะต้องเล็งเห็นแล้วว่า สถานประกอบการ ร้านค้า หรือที่อยู่อาศัย หรือทรัพย์สินที่สามารถใช้งาน อย่างอาคาร โรงแรม สำนักงาน และห้างสรรพสินค้า ฯลฯซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากต่อเจ้าของทรัพย์สินนั้น ซึ่งภัยที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน และสร้างความเสียหายในมูลค่าที่สูงนั้นส่วนใหญ่จะมาจากการเกิดเพลิงไหม้นั่นเอง เงื่อนไขและรายละเอียดการของประกัน เหตุผลที่ต้องทำการประกันอัคคีภัย ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากไฟไหม้ […]

ลักษณะของการเคลมประกัน

ลักษณะของการเคลมประกัน การเคลมประกันเป็นสิ่งที่ผู้ทำประกันภัยรถยนต์ควรจะทราบข้อมูลเบื้องต้นไว้ เพื่อที่จะได้ส่งผลประโยชน์ที่คุ้มค่าต่อตัวผู้ทำประกันเอง ทั้งข้อมูลของกรณีต่างๆที่สามารถเคลมประกันได้หรือขั้นตอนของการเคลมประกัน และอย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การเคลมประกันจะสามารถทำได้เมื่อมีการเกิดอุบัติเหตุหรือความผิดปกติกับตัวของรถยนต์ ทั้งภายในและภายนอกของตัวรถ ซึ่งบริษัทประกันภัยรถยนต์จะแบ่งการเคลมประกันออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆคือ การเคลมประกันแบบสด การเคลมประกันแบบสด คือการเคลมประกัน ณ จุดที่เกิดอุบัติเหตุ เช่น เมื่อเกิดเหตุรถชนกันและมีคู่กรณี หรือมีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุนั้น ผู้ที่ทำประกันภัยรถยนต์ไว้จะต้องโทรแจ้งไปยังบริษัทที่ทำประกันภัยรถยนต์ซึ่งการแจ้งบริษัทประกันนี้จะมีวิธีการแจ้งที่แตกต่างกันตามแต่ละบริษัท และการแจ้งเจ้าหน้าที่จะต้องแจ้งตำแหน่งจุดเกิดเหตุให้ชัดเจน มีการบอกสถานที่ที่สามารถเห็นได้ชัด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันภัยรถยนต์สามารถเข้ามาดูแลเราได้เร็วที่สุด เมื่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันมาดูที่เกิดเหตุแล้ว เจ้าหน้าที่จะทำการประเมินสภาพของอุบัติเหตุ เก็บหลักฐาน เช่น การถ่ายภาพบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุของรถที่ทำประกันภัยไว้ และร่องรอยจุดที่เกิดอุบัติเหตุบนรถของคู่กรณี และผู้ที่ทำประกันสามารถทำการแจ้งเคลมประกันรถยนต์กับเจ้าหน้าที่ได้ทันที ซึ่งในกรณีแบบนี้ เจ้าหน้าที่ประกันภัยจะออกเอกสารค่าใช้จ่ายสำหรับการซ่อมรถเพื่อให้ผู้ที่ทำประกันนั้นสามารถนำรถไปซ่อมยังศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมรถที่ได้ตกลงตามเงื่อนไขของประกันภัย หรือออกเอกสารสำหรับค่ารักษาพยาบาลให้แก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่เกิดจากอุบัติเหตุนั้นๆ การเคลมประกันแบบแห้ง การเคลมประกันลักษณะนี้ คือการเคลมประกันในรูปแบบที่เจ้าหน้าที่ไม่ต้องเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งมักจะเป็นอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆ และมักจะไม่มีคู่กรณี เช่น ขับรถชนประตูรั้วบ้าน หรือขับรถขูดกับขอบถนน อาจทำให้ตัวถังของรถเกิดการบุบหรือเกิดรอยถลอก รอยขีดข่วน ของสีบนตัวถังรถ หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ผู้ทำประกันจะสามารถนำรถเข้าไปซ่อมยังศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมรถที่ได้ตกลงตามเงื่อนไขของประกันภัยได้ก่อนที่กรมธรรม์จะหมดอายุ ซึ่งการเคลมประกันรูปแบบนี้ ผู้ทำประกันมักจะเลือกสถานที่ให้บริการซ่อมรถเป็นสถานที่ที่อยู่ใกล้บ้าน เพื่อความสะดวกในการเดินทาง โดยที่ผู้ทำประกันจะต้องมีเอกสารด้านกรมธรรม์ของบริษัทประกันภัยรถยนต์ สำเนาใบขับขี่ และสำเนาทะเบียนรถ ไปด้วย เพื่อใช้แสดงเป็นหลักฐานแก่ศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมรถนั้นๆ อย่างที่กล่าวมาว่าการเคลมประกันจะแบ่งเป็น 2 […]

ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ มีข้อดีอย่างไร

ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ มีข้อดีอย่างไร ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในชื่อ พ.ร.บ. เป็นประกันภัยรถยนต์ที่รถทุกคันต้องทำ เพื่อคุ้มครองและช่วยเหลือผู้ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ และเพื่อเป็นหลักประกันให้กับโรงพยาบาลว่าจะได้รับค่ารักษาจากผู้ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถ ตัวอย่างข้อดีของประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับคือ เป็นประกันภัยที่รถทุกคันต้องมี ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับหรือ พ.ร.บ. นั้น เป็นประกันภัยตามกฏหมายที่รถทุกคันต้องมีไว้ เพื่อช่วยในการคุ้มครองผู้ขับขี่รถยนต์เมื่อประสบอุบัติเหตุ ซึ่งผู้ประสบเหตุจะได้รับการคุ้มครองที่เท่าเทียมและเสมอภาคกัน ไม่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลก่อน เพราะระบบของประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับเป็นประกันภัยที่ใช้ระบบเดียวกันทั่วประเทศ ทำให้มีขั้นตอนที่แน่นอน จึงเป็นหลักประกันให้กับโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลว่าผู้ประสบเหตุจากรถจะสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ เอกสารเป็นแบบเดียวกันทั้งประเทศ อย่างที่กล่าวมาแล้วว่าประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับเป็นกฏหมายที่บังคับใช้ทั่วประเทศ และใช้ระบบเดียวกัน ทำให้แบบฟอร์มของเอกสารเป็นแบบเดียวกัน ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินงานในขั้นตอนต่างๆของเจ้าหน้าที่เป็นระบบที่มีมาตรฐานและมีความสะดวกสบายมากขึ้น ขั้นตอนการดำเนินงานต่างๆสะดวกมากขึ้น เนื่องด้วยแบบฟอร์มและระบบการทำงานที่เป็นแบบแผนเดียวกันทั้งประเทศนั้น ทำให้ขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารและการจ่ายเงินของเจ้าหน้าที่เป็นไปได้ง่ายขึ้น ซึ่งรวมไปถึงขั้นตอนการยื่นคำร้องขอรับเงินค่าเสียหายที่ใช้แบบฟอร์มเดียวกันทำให้มีความสะดวกมากขึ้น มีสิทธิได้รับค่าเสียหายเท่ากันทุกคน ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถมีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าเสียหายเท่าเทียมกัน ไม่ว่าผู้ประสบอุบัติเหตุนั้นจะเป็นฝ่ายที่ถูกหรือฝ่ายที่ผิด หรือจะเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณีก็ตาม ลดปัญหาการรอผลพิสูจน์ทางกฏหมาย เนื่องจากระบบของประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับนี้มีกองทุนสำรองในการจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหาย และเงินชดเชยค่าเสียหายนี้ ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับอย่างเท่าเทียบกัน ดังนั้นการยื่นคำร้องและรับค่าเสียหายจึงไม่ต้องรอผลพิสูจน์ทางกฏหมายซึ่งเป็นเรื่องที่มีความละเอียดและใช้เวลาที่นาน ปรับเพิ่มค่าเสียหายได้ ต้นทุนการจัดการระบบของประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับนั้นลดลงเนื่องจากระบบมีความเป็นเอกภาพมาขึ้น ทำให้การจัดการมีความง่ายขึ้น รัฐจึงสามารถที่จะปรับเพิ่มเงินค่าชดเชยความเสียหายให้แก่ผู้ประสบอุบัติเหตุทางรถได้ ที่กล่าวมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อดีของประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ซึ่งเป็นรูปแบบการประกันภัยรถยนต์ที่ช่วยคุ้มครองผู้ที่มีรถยนต์ เช่น ผู้ที่มีรถยนต์ส่วนบุคคล, รถจักรยานยนต์, รถยนต์โดยสาร, รถรับจ้าง, หรือรถบรรทุก เป็นต้น ทำให้ทุกคนที่เป็นเจ้าของรถมีสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองและสามารถร้องขอเงินชดเชยค่าเสียหายได้อย่างเท่าเทียมกันทุกฝ่าย สนใจข้อมูลประกันภัยรถยนต์ได้ที่นี่

ข้อแตกต่างระหว่างประกันภัยรถยนต์แบบซ่อมศูนย์และซ่อมอู่

อย่างที่ทุกคนทราบกันแล้วว่า การทำประกันภัยรถยนต์จะสามารถเลือกสถานที่ซ่อมรถยนตร์เมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ 2 ประเภท คือ ประกันภัยรถยนต์แบบเลือกซ่อมที่ศูนย์บริการ และประกันภัยรถยนต์แบบเลือกซ่อมที่อู่ ซึ่งทั้ง 2 ประเภทก็มีข้อดีและเสียที่แตกต่างกันไป แล้วแต่ความต้องการของผู้ทำประกัน ซึ่งข้อแตกต่างใหญ่ๆที่สามารถเห็นได้ของสถานที่ซ่อมรถยนต์ทั้ง 2 ประเภทนี้ คือ การรับประกันอะไหล่แท้ เมื่อต้องซ่อมแซมรถ ผู้ทำประกันภัยรถยนต์ต่างก็ต้องการให้ผู้บริการนำอะไหล่ที่เป็นของแท้มาเปลี่ยนหรือมาซ่อมแซมให้ ซึ่งถ้าผู้ทำประกันภัยรถยนต์เลือกรับบริการซ่อมรถที่ศูนย์บริการ จะสามารถมั่นใจได้เลยว่าอะไหล่ที่เจ้าหน้าที่นำมาใช้นั้นเป็นอะไหล่แท้ที่ได้มาตรฐานจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์โดยตรง แต่การรับบริการซ่อมรถจากอู่ซ่อมรถทั่วไปอาจจะไม่สามารถรับประกันได้ว่าอะไหล่ที่ใช้นั้นเป็นของแท้ เนื่องจากอู่บางแห่งไม่ได้ติดต่อซื้ออะไหล่จากบริษัทผู้ผลิตโดยตรง ราคาเบี้ยประกันภัยรถยนต์ การเลือกการประกันภัยแบบซ่อมที่ศูนย์ให้บริการย่อมเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าการซ่อมที่อู่ซ่อมรถ เนื่องจากค่าใช้จ่ายทั้งด้านอะไหล่ ค่าแรงงานของเจ้าหน้าที่ หรือค่าภาษี มีราคาสูงกว่า ทำให้ค่าเบี้ยประกันของการเลือกการประกันภัยแบบซ่อมที่ศูนย์จึงมีราคาที่สูงกว่าแบบซ่อมอู่ตามไปด้วย ความสะดวกสบาย ใกล้บ้าน ศูนย์ให้บริการส่วนใหญ่จะมีสาขาตั้งอยู่ตามแหล่งชุมชนหรือตามเมืองใหญ่ๆ ดังนั้นการที่จะเลือกสถานที่ที่จะรับบริการซ่อมแซมรถ จึงควรเลือกดูจากสถานที่ที่อยู่ใกล้บ้าน ถ้าหากบริเวณรอบๆนั้นไม่ได้เป็นแหล่งชุมชนหรือเมืองใหญ่ก็อาจจะไม่มีศูนย์บริการซ่อมรถอยู่ใกล้ๆ ซึ่งถ้าหากเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์และต้องนำรถไปซ่อมตามสถานที่ที่ระบุในประกันภัยรถยนต์ อาจทำให้การเดินทางเกิดความไม่สะดวกได้ ค่าบริการที่แตกต่างกัน อย่างที่ทราบกันแล้วว่าค่าบริการของการซ่อมรถยนต์ที่ศูนย์บริการจะมีราคาที่สูงกว่าการซ่อมที่อู่ซ่อมรถ เมื่อเกิดกรณีที่ผู้ทำประกันต้องจ่ายส่วนต่างจากการรับบริการ ซึ่งอาจมาจากการไม่คุ้มครองของการประกันภัยบางประเภท ผู้ทำประกันแบบการซ่อมศูนย์ก็อาจต้องจ่ายค่าส่วนต่างนี้ในราคาที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับการซ่อมอู่ มาตรฐานที่แตกต่างกัน สถานที่ที่ให้บริการซ่อมรถ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ซ่อมรถหรืออู่ซ่อม ก็มีมาตรฐานการซ่อมและการให้บริการในแต่ละแห่งที่แตกต่างกัน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เกิดจากความสามารถและความชำนาญของเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการ, ระยะทางจากตัวเมืองใหญ่ หรือระบบการทำงานในแต่ละแห่ง ก่อนการเลือกสถานที่ที่จะรับบริการซ่อมแซมรถยนต์ตามเงื่อนไขของประกันภัยรถยนต์ ทางผู้ทำประกันจึงควรหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ พิจารณาจากสภาพแวดล้อมของที่อยู่อาศัย และปัจจัยอื่นๆ ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อประกันรถยนต์นั้นๆ สนใจข้อมูลประกันภัยรถยนต์ได้ที่นี่

เงื่อนไขของการรับประกันภัยจากประกันอัคคีภัย

เงื่อนไขของการรับประกันภัยจากประกันอัคคีภัย ประกันอัคคีภัย มีรูปแบบถ้อยคำและข้อกำหนดเงื่อนไขของความคุ้มครองต่าง ๆ ที่ใช้คล้ายๆกันในแต่ละบริษัทประกันภัย ซึ่งทรัพย์สินเอาประกันภัยจากการทำประกันอัคคีภัย ได้แก่ สิ่งปลูกสร้าง ตัวอาคาร เครื่องใช้สำนักงาน ข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ วัตถุดิบ เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ และสินค้าที่อยู่ในระหว่างผลิตรวมถึงที่ผลิตสำเร็จแล้ว เรียกได้ว่าการทำประกันอัคคีภัย สามารถใช้กับทรัพย์สินตั้งแต่บ้าน ไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรม และสถานประกอบกิจการทุกชนิด การทำประกันอัคคีภัย ไม่คุ้มครองความเสียหายจากสงคราม หากมีความเสียหายซึ่งเกิดจากสงครามหรือการรุกราน และการกระทำที่มุ่งร้ายของศัตรูต่างชาติ หรือการกระทำที่คล้ายสงคราม การแข็งข้อ การจลาจล การกบฏ การก่อความไม่สงบวุ่นวาย หรือการนัดหยุดงาน การปฏิวัติ การกระทำของผู้ก่อการร้าย การรัฐประหาร และการประกาศกฎอัยการศึก ฯลฯ ซึ่งการการทำประกันอัคคีภัย จะไม่คุ้มครองสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนี้ การทำประกันอัคคีภัย ไม่คุ้มครอง ความเสียหายที่เป็นผลโดยตรง การทำประกันอัคคีภัย จะไม่ทำการคุ้มครอง ความเสียหายที่เป็นผลโดยตรง อย่างการแผ่รังสี หรือมีการแพร่กัมมันตภาพรังสีจากเชื้อเพลิงหรือพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งมีสาเหตุเกิดมาจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และยังรวมถึงการระเบิดของกัมมันตภาพรังสี หรือสิ่งอันตรายอื่นใดที่อาจเกิดการระเบิดในกระบวนการนิวเคลียร์ได้ การทำประกันอัคคีภัย จะไม่คุ้มครองความเสียหายจากการเผาทรัพย์สิน ซึ่งการประกันอัคคีภัย ที่ถือเป็นการประกันวินาศภัยประเภทหนึ่ง ที่สามารถให้ความคุ้มครองสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งจะให้คุ้มครองความเสียหายอันเกิดจากไฟไหม้ […]

ประกันภัยรถยนต์แบบซ่อมอู่ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร

ประกันภัยรถยนต์แบบซ่อมอู่ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร สถานที่ที่ให้บริการซ่อมแซมรถยนต์เมื่อเกิดอุบัติเหตุนั้น ตามเงื่อนไขของประกันภัยรถยนต์จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆด้วยกันคือ การเลือกรับบริการที่ศูนย์บริการ และการเลือกรับบริการที่อู่ซ่อมรถทั่วไป ซึ่งทั้ง 2 ประเภทนี้จะมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ทำประกันภัยรถยนต์ ในครั้งนี้เราจะขอพูดถึงข้อดีและข้อเสียของการเลือกการประกันภัยรถยนต์แบบซ่อมอู่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้   ข้อดีของการเลือกการประกันภัยรถยนต์แบบซ่อมอู่ ราคาเบี้ยประกันถูกกว่า อย่างที่กล่าวมาแล้วว่าการเลือกรับบริการซ่อมแซมรถยนต์ตามเงื่อนไขของประกันภัยรถยนต์มี 2 ประเภทด้วยกัน การเลือกซ่อมรถที่อู่ซ่อมรถจะมีค่าเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายให้บริษัทประกันถูกกว่าการเลือกซ่อมกับศูนย์บริการ เนื่องจากมีค่าภาษีและค่าแรงงานที่ถูกกว่า ทำให้เบี้ยประกันที่ต้องจ่ายถูกกว่าตามไปด้วย เลือกอู่ใกล้บ้าน หรืออู่ที่มีมาตรฐานได้ อู่ซ่อมรถยนต์ไม่จำเป็นว่าจะเป็นอู่ที่ไม่มีมาตรฐานเสมอไป ถ้าหากคุณมีอู่ที่ไปใช้บริการเป็นประจำและมีความมั่นใจในฝีมือของเจ้าหน้าที่ที่นั่น หรือมีอู่ที่มีมาตรฐานอยู่ใกล้บ้านของคุณ คุณสามารถเลือกประกันภัยรถยนต์ที่สามารถรับบริการซ่อมแซมรถกับอู่นั้นๆได้ เพื่อความสะดวกสบายของคุณ ยืดหยุ่น ต่อรองได้ อย่างที่ทราบกันว่าการรับบริการซ่อมรถจากอู่ซ่อมรถจะสามารถต่อรองราคาค่าบริการได้ ซึ่งจะช่วยให้ภาระการจ่ายค่าบริการลดลงในกรณีที่ผู้ทำประกันภัยรถยนต์ต้องจ่ายค่าบริการส่วนต่างเอง รวดเร็วกว่า การเลือกการประกันภัยรถยนต์แบบซ่อมที่อู่จะได้รับการบริการที่ค่อนข้างรวดเร็ว เพราะจำนวนอู่ซ่อมรถมีหลายแห่งให้เลือกตามความต้องการของผู้ซื้อประกัน ทำให้ผู้ซื้อประกันไม่ต้องต่อคิวนานในการรับบริการ   ข้อเสียของการเลือกการประกันภัยรถยนต์แบบซ่อมอู่ ไม่สามารถรับประกันได้ว่าอะไหล่ที่ใช้เป็นอะไหล่แท้ เนื่องจากอู่ซ่อมรถทั่วไปจะไม่ได้สั่งสินค้าหรือติดต่อกับทางบริษัทผู้ผลิตรถยนต์โดยตรง ทำให้เราไม่อาจทราบได้ว่าอะไหล่ที่ทำมาใช้ซ่อมแซมรถของเราจะเป็นอะไหล่แท้ที่ผลิตจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์โดยตรงหรือไม่ การเลือกอู่ซ่อมรถจึงควรที่จะเลือกอู่ที่มีมาตรฐานและน่าเชื่อถือ ซ่อมเสร็จแล้วเกิดปัญหา อาจไม่รับแก้ไข เมื่อรับบริการซ่อมรถยนต์จากอู่ซ่อมรถแล้วเราไม่อาจแน่ใจได้ว่า รถที่ซ่อมมาจะมีสภาพการใช้งานเหมือนปกติหรือไม่ ซึ่งหากหลังการซ่อม รถยังมีอาการเสียอยู่ โดยปกติแล้วทางอู่ซ่อมรถทั่วไปจะไม่มีบริการแก้ไขหรือการรับประกันหลังการซ่อม ที่กล่าวมาเป็นเพียงตัวอย่างของข้อดีและข้อเสียจากการเลือกการประกันภัยรถยนต์แบบซ่อมอู่ ดังนั้นก่อนที่จะเลือกสถานที่ในการซ่อมรถสำหรับการทำประกันภัยรถยนต์ ผู้ทำประกันจึงควรหาข้อมูลให้ดีก่อนเพื่อให้ได้รับการบริการที่ตรงตามความต้องการมากที่สุด สนใจข้อมูลประกันภัยรถยนต์ได้ที่นี่